หน้าแรก / บทความ / Hardware
Hardware สรุปและวิเคราะห์จากข่าวต้นทาง

วิเคราะห์และรีวิว: เบื้องหลังม็อดเดอร์ที่พอร์ตฟีเจอร์ DLSS สู่ GPU รุ่นเก่า

สำรวจวิธีที่ Dashdogy และ Uncle Burrito ปลดล็อก Multi Frame Generation และ DLSS 5 Neural Rendering ให้ทำงานบน GPU รุ่นเก่ากว่า Blackwell

วิเคราะห์และรีวิว: เบื้องหลังม็อดเดอร์ที่พอร์ตฟีเจอร์ DLSS สู่ GPU รุ่นเก่า

รู้จักสอง modder ที่ปลดล็อก DLSS บน GPU รุ่นเก่า

Dashdogy ปลดล็อก DLSS Multi Frame Generation ให้ทำงานบน GPU สถาปัตยกรรม Ada หลังวิเคราะห์การทำงานของ Streamline และ NGX จนแก้ปัญหาจอดำจากคำสั่งที่ไม่เข้ากันได้สำเร็จ

ด้าน Uncle Burrito ซึ่งเป็น RTX Remix modder วิเคราะห์ DLL ของ DLSS 5 Neural Rendering แล้วพบว่าโค้ดส่วนใหญ่รองรับ Ada อยู่แล้ว จึงพอร์ตให้ทำงานบน GPU รุ่นนี้ได้ การดัดแปลงทั้งหมดเกิดขึ้นในระดับซอฟต์แวร์ ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์เพื่อทดลองฟีเจอร์ที่เดิมถูกจำกัดไว้เฉพาะ GPU รุ่นใหม่กว่า

กราฟิกโปรโมต DLSS 4 Frame Gen บนการ์ดจอ RTX 4080 Super และ RTX 4070 Super

จากการค้นหาเล่นๆ สู่การปลดล็อก MFG บน RTX 40 Series

จุดเริ่มต้นของ Dashdogy นักศึกษาชาวออสเตรเลีย เกิดขึ้นช่วงเปิดตัว RTX 5000 series ใน 2025 เขาเคยเห็น Nvidia สาธิต Multi Frame Generation ที่จำกัดไว้สำหรับ Blackwell จึงลองค้นดูว่า RTX 4000 series จะใช้งานได้หรือไม่

ช่วงปิดเทอมกลางภาค เขาใช้ AWS instance และใช้เวลาลองผิดลองถูกตลอดหนึ่งสัปดาห์ ปัญหาหลักคือคำสั่งของ Blackwell กับ Ada Lovelace ไม่เข้ากัน ทำให้ GPU สร้างเฟรมแล้วเกิดข้อผิดพลาดจนหน้าจอกลายเป็นสีดำ ก่อนที่เขาจะหาวิธีหลบปัญหานี้ได้สำเร็จ

ฟีเจอร์ที่ถูกล็อกไว้ในระบบของ Nvidia

DLSS Multi Frame Generation (MFG) และ DLSS 5 Neural Rendering เป็นฟีเจอร์ในชุดซอฟต์แวร์ AI ของ Nvidia โดยมี Streamline เป็นตัวแปลคำสั่งให้เกมเรียกใช้เทคโนโลยีต่างๆ ส่วน NGX เป็นระบบเบื้องหลังที่จัดการการคำนวณ

เดิม MFG ถูกล็อกไว้กับ GPU สถาปัตยกรรม Blackwell หรือ RTX 5000 series ขณะที่ DLSS 5 Neural Rendering ในเวอร์ชันแรกก็ยังไม่เปิดให้ Ada Lovelace ใช้งาน แม้ภายหลัง Nvidia จะชี้แจงว่ารองรับ RTX 4000 series ก็ตาม ข้อจำกัดนี้จึงดูเป็นการล็อกในซอฟต์แวร์และการนำไปใช้ มากกว่าจะเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ล้วนๆ

จาก RTX 5000 ย้อนกลับไปถึงสถาปัตยกรรมเก่า

MFG เปิดตัวโดยล็อกไว้กับ Blackwell หรือ RTX 5000 series ส่วน Ada Lovelace ยังไม่เคยได้ฟีเจอร์นี้อย่างเป็นทางการ แต่ Dashdogy ปลดล็อกให้ใช้งานได้ด้วยม็อด และมีการพอร์ตต่อไปถึง Turing ที่ออกในปี 2018

Factor BlackwellAda LovelaceTuring
MFG อย่างเป็นทางการ รองรับไม่เคยปล่อยไม่ระบุ
สถานะจากม็อด ไม่ต้องปลดล็อกปลดล็อกแล้วพอร์ตถึง
DLSS 5 NR รองรับNvidia ยืนยันรองรับพอร์ตถึง
ข้อจำกัดคำสั่ง ชุดคำสั่งของตัวเองISA ต่างจาก Blackwellไม่ระบุ

จุดสำคัญคือ Blackwell กับ Ada ใช้ ISA ต่างกัน จึงเคยเจอปัญหาจอดำเมื่อรันคำสั่งของ Blackwell บน Ada.

เมื่อเกมต้องการเฟรมมากกว่าที่ GPU ถูกอนุญาต

ม็อดของ Dashdogy ดักการเรียกใช้ Streamline และ NGX ในหน่วยความจำ แล้วทำให้ RTX 40 Series เปลี่ยนจากการสร้าง 1 เฟรมเป็น 5 เฟรม วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาภาพดำที่เคยเกิดเมื่อรันคำสั่งของ Blackwell บน Ada

ฝั่ง Uncle Burrito แกะ DLSS 5 Neural Rendering DLL จนพบว่าสามารถใช้งานบน Ada ได้ แม้ในเวอร์ชันแรกจะยังไม่มีการรองรับอย่างสมบูรณ์ และตอนนี้มีเครื่องมือที่ช่วยติดตั้งทั้ง Neural Rendering กับ MFG ในเกมจำนวนมากได้ง่ายขึ้น

แผนภาพของ Nvidia อธิบายการทำงานของ DLSS 4 Multi Frame Generation และ Blackwell Flip Metering
กระบวนการ Flip Metering ที่ Dashdogy ต้องแก้ปัญหาเพื่อให้เฟรมที่สร้างบน Ada กระจายตัวสม่ำเสมอเหมือนบน Blackwell

เบื้องหลังมีทั้ง Streamline และ NGX

Streamline ทำหน้าที่เป็นตัวแปลกลาง เชื่อมเกมเข้ากับเทคโนโลยีอัปสเกลหลายแบบ ส่วน NGX คือซอฟต์แวร์ของ Nvidia ที่ประมวลผลฟีเจอร์ AI แล้วส่งผลกลับผ่าน Streamline ไปยังเกม

Dashdogy ดักจับการเรียกใช้งานของ Streamline และ NGX ในหน่วยความจำ โดยแก้ข้อมูลที่กำหนดว่าการ์ดจอสร้างเฟรมได้กี่เฟรม วิธีนี้ทำให้การทำงานของ MFG บนการ์ดรุ่นเก่าถูกเปิดใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ที่เกมเรียกใช้อยู่แล้ว

ม็อดชุมชนกับระบบทางการ ต่างกันตรงไหน

ระบบทางการของ Nvidia ผูกฟีเจอร์อย่าง MFG ไว้กับสถาปัตยกรรม Blackwell จึงไม่เปิดให้การ์ดรุ่นเก่าใช้งานตั้งแต่แรก ส่วนม็อดชุมชนเลือกแกะข้อจำกัดในซอฟต์แวร์ แล้วทำให้ฮาร์ดแวร์เดิมเรียกใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ได้

Factor แนวทาง Nvidiaแนวทางม็อดชุมชน
จุดควบคุม จำกัดตามสถาปัตยกรรมวิเคราะห์ DLL และการเรียกใช้งาน
วิธีทำงาน เปิดฟีเจอร์ตามที่กำหนดปรับซอฟต์แวร์ให้ฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าใช้งาน
ผลลัพธ์ MFG ผูกกับการ์ดรุ่นใหม่ต่อยอด MFG และ Neural Rendering ไปยังรุ่นเก่า

กรณีของ Uncle Burrito ยังชี้ว่าโค้ดบางส่วนใน DLSS 5 อาจรองรับ Ada อยู่แล้ว แต่ยังทำไม่เสร็จในเวอร์ชันแรก.

การ์ดจอ AMD Radeon คู่กับภาพเรนเดอร์กราฟิกแบบ Path Tracing สื่อถึงการพอร์ต DLSS 5 Neural Rendering ไปยังฮาร์ดแวร์ AMD

สิ่งที่การปลดล็อกนี้ทำได้ และสิ่งที่ยังต้องระวัง

ม็อดช่วยยืดอายุ GPU รุ่นเก่า เปิดทางให้เกิด fork และ integration จำนวนมาก จนติดตั้ง DLSS MFG และ Neural Rendering ในเกมจำนวนมากได้ รวมถึงรองรับฮาร์ดแวร์ย้อนกลับไปถึง Turing และ Neural Rendering บน AMD

แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นม็อดไม่เป็นทางการ ความต่างของ ISA ระหว่าง Blackwell กับ Ada เคยทำให้เกิดภาพดำ และการทำงานจึงขึ้นกับการดักจับคำสั่งของ Streamline กับ NGX

ข้อดี

  • +ยืดอายุการใช้งาน GPU รุ่นเก่า
  • +ต่อยอด fork และ integration ได้กว้าง
  • +รองรับฮาร์ดแวร์ย้อนกลับไปถึง Turing

ข้อเสีย

  • −เป็นม็อดไม่เป็นทางการ
  • −ISA ต่างกันระหว่าง Blackwell กับ Ada
  • −มีประวัติปัญหาภาพดำ

ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในราคาการ์ดจอ

ต้นทุนของม็อดไม่ได้จบที่ตัวการ์ดจอ แต่รวมถึงเวลา reverse-engineer และการเปิดใช้ AWS instance เพื่อทดลองด้วย Dashdogy ใช้เวลาทำงานช่วงดึกอยู่พักหนึ่งกว่าจะปลดล็อก MFG ได้

ฝั่ง DLSS 5 ต้องแกะ DLL ที่ซับซ้อน และทดสอบว่าคำสั่งจาก Blackwell จะทำงานบน Ada ได้หรือไม่ ยังมีความเสี่ยงเจอภาพดำจากคำสั่งที่ไม่เข้ากันด้วย

หลังจากนั้นผู้ใช้ยังต้องพึ่งพาเครื่องมือ, fork และ integration จากชุมชนเพื่อเอาม็อดไปติดตั้งกับเกมต่างๆ ความสะดวกจึงขึ้นอยู่กับการดูแลของชุมชน ไม่ใช่การรองรับอย่างเป็นทางการจาก Nvidia

ใครเหมาะกับการลองม็อดลักษณะนี้

เหมาะกับเจ้าของ GPU รุ่นเก่าที่อยากทดลองฟีเจอร์ใหม่อย่าง DLSS MFG หรือ DLSS 5 NR รวมถึงคนที่สนใจม็อดเกมและการแกะซอฟต์แวร์ระดับ Streamline กับ NGX ควรเข้าใจด้วยว่าข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์และคำสั่งที่ไม่เข้ากัน อาจทำให้เกิดภาพดำหรือใช้งานไม่ได้

นี่คือม็อดจากชุมชน ไม่ใช่สินค้าใหม่ที่ซื้อแล้วได้ฟีเจอร์อย่างเป็นทางการ การติดตั้งจึงต้องพึ่งพาเครื่องมือ fork และ integration ที่ชุมชนดูแลอยู่ครับ

เมื่อเส้นแบ่งระหว่างข้อจำกัดฮาร์ดแวร์กับข้อจำกัดซอฟต์แวร์เริ่มไม่ชัดเจน

ผลงานของ Dashdogy และ Uncle Burrito ทำให้เห็นว่า ฟีเจอร์ที่ถูกจำกัดไว้กับ GPU รุ่นใหม่ อาจไม่ได้ติดข้อจำกัดจากฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเสมอไป แต่โค้ดบางส่วนอาจยังรองรับฮาร์ดแวร์เก่า เพียงถูกปิดไว้หรือยังพัฒนาไม่เสร็จ

กรณี DLSS 5 NR ยิ่งชัดขึ้น เมื่อ Nvidia ระบุภายหลังว่า RTX 4000 series รองรับ Neural Rendering ได้ การแกะ Streamline, NGX และ DLL จึงไม่ได้แค่ปลดล็อกฟีเจอร์ แต่ยังชวนตั้งคำถามว่า การล็อกฟีเจอร์ในอนาคตจะถูกท้าทายด้วยการวิเคราะห์ซอฟต์แวร์อีกมากเพียงใด?