บทความนี้ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์ Sam Altman โดยนิตยสาร Vanity Fair เมื่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ OpenAI พยายามขัดจังหวะคำถามเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ Sophie Rottenberg ลูกสาวของนักข่าว Laura Reiley ซึ่งครอบครัวเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับบทสนทนาที่เธอมีกับ ChatGPT ก่อนเสียชีวิต
เราจะเรียงลำดับเหตุการณ์จากคลิปสัมภาษณ์จริง คำพูดที่ถูกบันทึกไว้ และคำชี้แจงของ OpenAI หลังเรื่องนี้แพร่กระจาย พร้อมวิเคราะห์ว่าจังหวะ “ก้าวต่อไป” สะท้อนอะไรเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทรับมือคำถามด้านความปลอดภัย
ไทม์ไลน์ของคำถามที่ถูกขัดจังหวะกลางรายการ
ระหว่างการสัมภาษณ์ Sam Altman โดย Mark Guiducci แห่ง Vanity Fair ผู้สัมภาษณ์เริ่มถามถึงกรณีของ Sophie Rottenberg หญิงวัย 29 ปีที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย หลังแม่ของเธอคือ Laura Reiley เขียนบทความลง The New York Times เล่าว่าลูกสาวเคยคุยกับแชทบอทที่สร้างจาก ChatGPT ซึ่งเธอตั้งชื่อว่า “Harry” ก่อนเสียชีวิต
Guiducci เริ่มอธิบายบริบทว่าลูกสาวของ Reiley ฆ่าตัวตายหลังคุยกับ ChatGPT และ ChatGPT ไม่ได้สั่งให้เธอทำเช่นนั้น แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ OpenAI ที่นั่งอยู่ในห้องสัมภาษณ์ก็ขัดขึ้นมากลางคำถามทันที

ประโยคที่ทำให้ดูเหมือน OpenAI อยากข้ามเรื่องนี้ไป
ประโยคที่ถูกบันทึกไว้ในคลิปคือ “Mark, we have two minutes left. I want to be respectful, but I’d like to move on.” พูดโดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ OpenAI ไม่ใช่ Altman เอง
ถ้อยคำนี้แม้จะอ้างถึงเวลาที่เหลือในการสัมภาษณ์ แต่จังหวะที่พูดแทรกเข้ามาพอดีตอนเอ่ยถึงผู้เสียชีวิต ทำให้คนดูคลิปจำนวนมากตีความว่าเป็นความพยายามตัดบทไม่ให้ Altman ต้องตอบคำถามที่กระทบภาพลักษณ์บริษัทโดยตรง

คำตอบของอัลท์แมนหลังข้ามการขัดจังหวะ
Altman ไม่ได้หยุดตามที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขอ เขาตอบคำถามต่อโดยเรียกเรื่องนี้ว่าเป็นหนึ่งใน “คำถามที่ยากที่สุดที่เราต้องเจอ หรือที่ใครก็ตามที่พัฒนาเทคโนโลยีนี้ต้องเจอ”
ปฏิกิริยานี้เองที่ทำให้ความขัดแย้งในคลิปชัดเจนขึ้น ฝ่ายประชาสัมพันธ์พยายามปิดประเด็น แต่ตัว CEO กลับเลือกเผชิญคำถามตรงๆ แทนที่จะปล่อยให้บทสนทนาจบลงตรงนั้น
คำชี้แจงจาก OpenAI หลังคลิปแพร่กระจาย
หลังคลิปถูกเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง Drew Pusateri โฆษกของ OpenAI ชี้แจงว่าการสัมภาษณ์ใช้เวลาเกินกำหนดเดิม และบริษัทเสนอจะนัดเวลาเพิ่มเติมให้ หลังจาก Altman ตอบคำถามเรื่องนี้ไปแล้ว
คำชี้แจงนี้อธิบายเรื่องกรอบเวลา แต่ไม่ได้พูดถึงจังหวะที่คำพูดแทรกเข้ามาขณะอ้างถึงผู้เสียชีวิตโดยตรง ซึ่งเป็นจุดที่สังคมยังตั้งคำถามอยู่

ทำไมไม่กี่วินาทีนี้ถึงกลายเป็นประเด็นใหญ่
OpenAI ไม่ใช่บริษัทเทคทั่วไป ChatGPT ถูกใช้โดยคนจำนวนมากในฐานะเพื่อนคุยหรือแม้แต่ที่ปรึกษาด้านความรู้สึก เมื่อมีกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเชื่อมโยงบทสนทนากับแชทบอทเข้ากับโศกนาฏกรรม ทุกคำตอบของบริษัทจึงถูกจับตามากกว่าปกติ
การที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เลือกคำว่า “move on” ในจังหวะนั้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไร แต่ก็ทำให้เกิดคำถามว่า องค์กรที่พัฒนา AI ซึ่งกระทบความปลอดภัยทางจิตใจของผู้ใช้ ควรรับมือกับคำถามแบบนี้อย่างไรให้ดูจริงใจกว่านี้ครับ
จุดที่น่าชมและจุดที่ยังน่ากังวล
ข้อดี
- +Altman เลือกตอบคำถามต่อแทนที่จะปล่อยให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ปิดประเด็น
- +OpenAI ออกคำชี้แจงต่อสาธารณะหลังเกิดกระแสวิจารณ์
ข้อเสีย
- −จังหวะขัดจังหวะเกิดขึ้นพอดีตอนเอ่ยถึงผู้เสียชีวิต ทำให้ดูเหมือนตั้งใจเลี่ยงคำถาม
- −คำชี้แจงเรื่องกรอบเวลายังไม่ตอบโจทย์ความกังวลเรื่องความเห็นอกเห็นใจ
ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้ไม่ได้ตัดสินว่า OpenAI ละเลยความปลอดภัยของผู้ใช้โดยสิ้นเชิง แต่สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อองค์กรที่พัฒนา AI ต้องเผชิญคำถามเกี่ยวกับชีวิตคน ภาพลักษณ์และความจริงใจต้องไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่การบริหารจัดการเวลาในห้องสัมภาษณ์